[ลับ@!] แนวข้อสอบตำรวจ ปี 2561 สายปราบปราม รวมแนวข้อสอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547 ชุดที่ 2




( อย่าลืมกด like ด้วยนะคะ )

[ลับ@!] แนวข้อสอบตำรวจ ปี 2561 สายปราบปราม รวมแนวข้อสอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547 ชุดที่ 2
  Screen-Shot-2017-11-24-at-4.38.48-PMหลังจากที่ได้อัพเดทตัวอย่างแนวข้อสอบสังคม วัฒนธรรม และ ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ไปแล้ว วันนี้มีตัวอย่างแนวข้อสอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547 รวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับ
หมวด 1 บททั่วไป
หมวด 2 การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวน
หมวด 3 หน้าที่คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวน
หมวด 4 วิธีการสืบสวน
หมวด 5 การทำรายงานสืบสวน
หมวด 6 สิทธิและหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหา
หมวด 7 การพิจารณาสั่งสำนวนการสืบสวน
หมวด 8 การสืบสวนที่มิชอบและบกพร่อง
หมวด 9 การนับระยะเวลา
และยังแถมให้ด้วยตัวอย่างแนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 แนวข้อสอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แนวข้อสอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินผล การปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2547 และความรู้อื่นๆ ที่ผู้สมัครสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ นสต. สายปราบปราม ปี 2561 ต้องรู้!

แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547

คําชี้แจง จงเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อที่ 1. ข้อใดให้ความหมายของ การสืบสวนข้อเท็จจริง ได้ชัดเจน ครบถ้วนที่สุด ?
ก. การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอํานาจและหน้าที่
ข. การแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทํานั้นว่าเกิดขึ้นจากการ กระทําของข้าราชการตํารวจผู้ใด
ค. การแสวงหาหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอํานาจและหน้าที่ เพื่อที่จะทราบว่า ข้าราชการตํารวจผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนได้กระทําผิดวินัยหรือไม่ประการใด
ง. การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอํานาจและหน้าที่ เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทํานั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทําของข้าราชการตํารวจผู้ใด ว่าได้กระทําผิดวินัยหรือไม่ ประการใด

ข้อที่ 2. กรณีไม่ใช่ข้อใด ที่ควรทําการสืบสวนข้อเท็จจริง ?
ก. ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตํารวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทําผิดวินัย หรือสงสัยว่ากระทําผิดวินัย
ข. ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตํารวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทําผิดวินัย
ค. มีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าข้าราชการตํารวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทําผิดวินัยโดย ผู้ร้องเรียนนั้นไม่ได้แจ้งชื่อ และที่อยู่ของตนเองเป็นที่แน่นอน
ง. มีบัตรสนเท่ห์กล่าวโทษว่าข้าราชการตํารวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทําผิดวินัยตามปกติการร้องเรียน กล่าวโทษข้าราชการตํารวจว่ากระทําผิดวินัยในลักษณะ เป็นบัตรสนเท่ห์ห้ามมิให้รับฟังเว้นแต่บัตรสนเท่ห์นั้น ระบุข้อเท็จจริง พยานหลักฐานกรณีแวดล้อม และหรือระบุพยานบุคคล พยานวัตถุ หรือพยานเอกสาร ชี้แนะแนวทางเพียงพอที่จะดําเนินการสืบสวนได้

ข้อที่ 3. บุคคลในข้อใดไม่สามารถเป็นผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนยกเว้นนายกรัฐมนตรี และ คณะกรรมการสืบสวนได้ ?
ก. นายเอมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกสืบสวน
ข. นายบีรู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สืบสวน
ค. นายซีเป็นคู่กับผู้ร้องเรียนกล่าวหา
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 4. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวน ?
ก. จัดทําบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้เฉพาะครั้งที่มีความสําคัญระดับประเทศ
ข. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จําเป็น เพื่อประกอบการพิจารณา
ค. ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทําการสืบสวน
ง. สืบสวนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กําหนดในกฎ ก.ตร. นี้ เพื่อแสวงหาความจริงในเรื่องที่ กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน

ข้อที่ 5. คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวน ต้องดําเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จไม่เกินกี่วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการ หรือผู้สืบสวนได้รับทราบคําสั่ง ?
ก. 30 วัน
ข. 45 วัน
ค. 60 วัน
ง. 90 วัน

แนวข้อสอบกฎหมายลักษณะพยาน (ป. วิอาญา ภาค 5 พยานหลักฐาน)

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
ภาค 5 พยานหลักฐาน หมวด 1 หลักทั่วไป มาตรา 226 ถึง มาตรา 231
ข้อที่ 1. ตามมาตราที่ 226 พยานในข้อใดให้ใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ ?
ก. พยานวัตถุ
ข. พยานเอกสาร
ค. พยานบุคคล
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 2. ศาลสามารถรับฟังพยานหลักฐานในกรณีที่พยานหลักฐานที่ได้มาจากการกระทำโดยมิชอบได้ ในกรณีใด ?
ก. ในกรณีที่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย
ข. ในกรณีที่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นผลเสียต่อการอำนวยความยุติธรรม
ค. ในกรณีที่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยมิชอบ
ง. ได้ทุกกรณี

ข้อที่ 3. ตามมาตราที่ 226/2 พยานหลักฐานชนิดใดที่ศาลจะไม่รับพิจารณา ?
ก. พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดครั้งอื่น ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดในคดีที่ถูกฟ้อง
ข. พยานหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับองค์ประกอบความผิดของคดีที่ฟ้อง
ค. พยานหลักฐานที่แสดงถึงลักษณะ วิธี หรือรูปแบบเฉพาะในการกระทำความผิดของจำเลย
ง. พยานหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวอ้างของจำเลยถึงการกระทำ หรือความประพฤติในส่วนดีของจำเลย

ข้อที่ 4. ศาลสามารถรับฟังพยานบอกเล่าได้ในกรณีใด ?
ก. ในกรณีที่สภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอกเล่านั้นน่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้
ข. ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น เนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรงมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ผิดทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 5. ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่าตามมาตรา 227/1 ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลยเว้นแต่…………?
ก. มีเหตุผลอันหนักแน่นและมีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี
ข. มีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ผิดทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 6. ข้อใดให้ความหมายของ “พยานหลักฐานประกอบ” ตามมาตราที่ 227/1 ได้ชัดเจนที่สุด ?
ก. พยานหลักฐานที่เกิดจาก พยานในเหตุการณ์
ข. พยานหลักฐานที่เกิดจากโจทย์ที่ฟ้องจำเลย และต้องมาจากพยานในเหตุการณ์
ค. พยานหลักฐานอื่นๆ นอกจากพยานในเหตุการณ์ เช่น คำให้การของเพื่อนจำเลย หรือ คำให้การจากญาติจำเลย เป็นต้น
ง. พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น

ข้อที่ 7. ในการไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ต้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไม่น้อยกว่ากี่วัน ก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน ?
ก. ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน
ข. ไม่น้อยกว่ายี่สิบวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน
ค. ไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน
ง. ไม่น้อยกว่าสี่สิบวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน

ข้อที่ 8. ในกรณีที่มีเหตุจำที่พยานไม่สามารถมาเบิกความในศาลได้ คู่ความสามารถร้องขอให้พยานเบิกความที่ศาลอื่นได้หรือไม่ ?
ก. ได้ ตามมาตรา 230
ข. ไม่ได้ ตามมาตรา 230
ค. ได้ ตามมาตรา 230/1
ง. ไม่ได้ ตามมาตรา 230/1

ข้อที่ 9. ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานตามมาตรา 230/1 ได้ คู่ความสามารถเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงแทนการนำพยานบุคคลมาเบิกความต่อหน้าศาลได้หรือไม่ ?
ก. ได้ ตามมาตรา 230/1
ข. ไม่ได้ ตามมาตรา 230/1
ค. ได้ ตามมาตรา 230/2
ง. ไม่ได้ ตามมาตรา 230/2

ข้อที่ 10. เมื่อคู่ความต้องการให้ส่งเอกสารหรือข้อความที่ยังเป็นความลับในราชการเป็นพยานหลักฐาน ศาลมีอำนาจส่งหมายเรียกพยานหลักฐานนั้นตามคำร้องได้หรือไม่ ?
ก. ได้ ตามมาตรา 230/1
ข. ไม่ได้ ตามมาตรา 231
ค. ได้ ตามมาตรา 231
ง. ไม่ได้ ตามมาตรา 232/2

อ่านแนวข้อสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ปี 2560-2561 >>>>>>>>>>>>>>>
แนวข้อสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ชุดที่ 1 คลิก!!!
แนวข้อสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ชุดที่ 2 คลิก!!!
แนวข้อสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ชุดที่ 3 คลิก!!!
แนวข้อสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ชุดที่ 4 คลิก!!!

หมายเหตุ : แนวข้อสอบทั้งหมดนี้ เป็นทรัพย์สินของเว็บไซต์ jobparttimes.com ไม่อนุญาตให้นำออก คัดลอก แก้ไข ดัดแปลงทั้งหมด หรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์ มิฉะนั้น จะมีความผิดตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

Tags: , , , , , ,