คัดออกมา แนวข้อสอบกรมศุลกากรฟรี!! ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน พร้อมเฉลย รวมตัวอย่างแนวข้อสอบกรมศุลกากรของปี 2556




( อย่าลืมกด like ด้วยนะคะ )

คัดออกมา!! ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน พร้อมเฉลย รวมตัวอย่างแนวข้อสอบกรมศุลกากรของปี 2556

แนวข้อสอบกรมศุลกากรฟรี

แนวข้อสอบกรมศุลกากรฟรี


รวมตัวอย่างแนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับกรมศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร แนวข้อสอบเก่าพระราชบัญญัติศุลกากร และ แนวข้อสอบความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ สำหรับการสอบกับกรมศุลกากร ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เตรียมสอบในปี 2557 โดยตัวอย่างแนวข้อสอบทั้งสามตัวเป็นตัวอย่างแนวข้อสอบเก่าของปี 2556 ที่ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมมาคะ…

แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับกรมศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร

คำชี้แจง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อที่ 1. คำว่า “ราคาศุลกากร” ในกรณีนำของเข้า หมายความว่าอย่างไร
ก. หมายความว่า ราคาขายส่งเงินสดซึ่งจะพึงขายของประเภทและชนิดเดียวกันได้โดยไม่ขาดทุน ณ เวลา และที่ที่ส่งของออกโดยไม่มีหักทอนหรือลดหย่อนราคาอย่างใด
ข. หมายความว่า ราคาของของเพื่อความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากรตามราคาอย่างใดอย่างหนึ่ง
ค. ถูกทั้งสองข้อ
ง. ผิดทั้งสองข้อ

ข้อที่ 2. ตามพระราชบัญญัติศุลกากร กำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากรมีอำนาจดำเนินการใด
ก. กำหนดขอบเขตในการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่
ข. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการตรวจสอบและประเมินภาษีอากร
ค. วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับภาษีอากรที่กรมศุลกากรขอความเห็น
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 3. ตามกฎกระทรวงกำหนดท่าหรือที่ สนามบินศุลกากร ทางอนุมัติ ด่านพรมแดน และด่านศุลกากร พ.ศ. 2553 ได้กำหนดลักษณะการที่ให้กระทํา ในเขตศุลกากรไว้อย่างไร
ก. นําของเข้า
ข. ส่งของออก
ค. ส่งออกซึ่งของที่ขอคืนอากรขาเข้าหรือของที่มีทัณฑ์บนวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับภาษีอากรที่กรม ศุลกากรขอความเห็น
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 4. Framework Agreement on Comprehensive Economic Co-operation between the Association of South – East Asian Nations and the People’s Republic of China คือ
ก. การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีไทย – จีน
ข. การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน – จีน
ค. การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีไทย – อาเซียน
ง. การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน – จีน – ญี่ปุ่น

ข้อที่ 5. จงอธิบายความหมายของ AJCEP
ก. Agreement on Comprehensive Economic Partnership among Member States of the Association of Southeast Asian Nations and Japan หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ ญี่ปุ่น
ข. Agreement on Comprehensive Economic Partnership among Member States of the Association of Southeast Asian Nations and chaina หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน
ค. Agreement on Comprehensive Economic Partnership among Member States of the Association of Southeast Asian Nations and south korea หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลีใต้
ง. Agreement on Comprehensive Economic Partnership among Member States of the Association of Southeast Asian Nations and United States of America และ สมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ สหรัฐอเมริกา

ข้อที่ 6. ในปัจจุบันประเทศไทยได้ใช้ระบบราคาศุลกากร ขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO)มีชื่อว่าระบบอะไร
ก. ระบบราคาแกตต์ (GATT Valuation)
ข. ระบบราคาแวตต์ (VATT Valuation)
ค. ระบบราคาแจตต์ (JATT Valuation)
ง. ระบบราคาแดตต์ (DATT Valuation)

ข้อที่ 7. จงให้ความหมายของ (Free Trade Area : FTA)
ก. การเปิดเขตการค้าเสรี
ข. การเปิดเขตปลอดภาษีระหว่างประเทศ
ค. การเปิดเขตลดภาษีระหว่าประเทศ
ง. การเปิดน่านน้ำปลอดภาษีเสรี

ข้อที่ 8. สินค้านำเข้าที่จะได้รับการลดหรือยกเว้นอากรตามความตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Area : FTA) ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใด
ก. เป็นสินค้าที่มีการตกลงให้ลดหรือยกเว้นภาษีศุลกากร ซึ่งตรวจสอบได้จากประกาศ กระทรวงการคลังของความตกลง FTA นั้นๆ
ข. เป็นสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของแต่ละ FTA ซึ่งมีเอกสารในการรับรอง คือ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ยกเว้นความตกลงไทย-นิวซีแลนด์ ที่ให้ใช้อินวอยซ์หรือเอกสาร อื่นใด โดยผู้ส่งออกแทนหนังสือรับรอง
ค. เป็นสินค้าที่ส่งตรงจากประเทศผู้ผลิตมายังประเทศผู้ซื้อหรือส่งผ่านประเทศที่ 3 ก็ได้ แต่ต้อง เป็นไปตามหลักเกณฑ์การส่งผ่านประเทศที่ 3 ที่กำหนดไว้ในความตกลงของแต่ละ FTA
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 9. ข้อใดคือนโยบายการค้าเสรี
ก. การผลิตตามหลักการแบ่งงานกันทำ เลือกผลิตสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและประเทศมีศักยภาพในการผลิตสินค้านั้นสูง
ข. เก็บภาษีคุ้มกัน (Protective Duty) เพื่อคุ้มครองหรือปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ค. ให้สิทธิพิเศษหรือกีดกันสินค้าของประเทศใดประเทศหนึ่ง
ง. ไม่เรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวและให้ความเป็นธรรมแก่สินค้าของทุกประเทศเท่ากัน ไม่มีข้อจำกัดทางการค้า (TradeRestriction)

ข้อที่ 10. การคืนอากรตามมาตรา ๑๙ ทวิ ตามแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 หมายถึง
ก. เป็นการคืนค่าภาระภาษีอากร สำหรับวัตถุดิบที่นำเข้าและจะต้องผลิตส่งออกภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้นำเข้า
ข. เป็นการคืนภาษีอากรสำหรับผู้ที่ส่งออกได้เป็นจำนวนมาก
ค. เป็นการคืนภาษีอากรให้กับผู้ที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
ง. เป็นการคืนภาษีอากรให้กับผู้ที่สามารถนำสินค้าที่ผลิตในประเทศส่งออกไปยังต่างประเทศภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ส่งออก

แนวข้อสอบพระราชบัญญัติศุลกากร

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อที่ 1. เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรมที่เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ คือ ?
ก. คลังสินค้า
ข. ท่าเรือ
ค. เขตปลอดอากร
ง. เขตศุลกากร

ข้อที่ 2. คณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากรมีอำนาจหน้าที่ตามข้อใด ?
ก. กำหนดขอบเขตในการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่
ข. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการตรวจสอบและประเมิน
ภาษีอากร
ค. วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับภาษีอากรที่กรมศุลกากรขอความเห็น
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 3. หากผู้ใดไม่ยอมหรือขัดขวางไม่ให้พนักงานศุลกากรตรวจค้นเพื่อให้ทราบว่ามีของที่ลักลอบหนีศุลกากรหรือไม่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินเท่าไหร่ ?
ก. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ข. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
ค. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่พันบาท
ง. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

ข้อที่ 4. ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี หรือที่ยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาภายในประเทศต้อง ระวางโทษตามข้อใด ?
ก. ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว
ข. ปรับเป็นเงินห้าเท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว
ค. จำคุกไม่เกินสิบปี
ง. ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

ข้อที่ 5. หากเรือลำใดขนถ่ายสิ่งของในทะเลนอกเขตท่าโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษตามข้อใด ?
ก. มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
ข. มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี
ค. มีความผิดต้องถูกปรับเป็นเงินสามเท่าของราคาของ
ง. มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นเงินสามเท่าของราคาของหรือปรับเป็นเงินหนึ่งแสนบาทแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อที่ 6. หากเรือลำใดที่เข้ามาหรือหยุดลอยลำหรือจอดเรือในเขตต่อเนื่อง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันควรของพนักงานศุลกากรต้องระวางโทษตามข้อใด ?
ก. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ข. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ค. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
ง. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

ข้อที่ 7. ตามมาตราที่ 53 เรือทุกลำที่มีการจดทะเบียนต่ำกว่ากี่ตัน ต้องได้รับใบเบิกร่องผ่านปากน้ำก่อนจึงสามารถออกเรือได้ ?
ก. จดทะเบียนต่ำกว่าสองร้อยตัน
ข. จดทะเบียนต่ำกว่าหนึ่งร้อยตัน
ค. จดทะเบียนต่ำกว่าห้าสิบตัน
ง. จดทะเบียนต่ำกว่าสิบตัน

ข้อที่ 8. ของที่อยู่ในอารักขาของศุลกากรในลักษณะใดที่ถือว่าเป็นของตกค้าง ?
ก. ของนำเข้าที่เป็นสินค้าอันตรายตามชนิดหรือประเภทที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๖ (๖) ที่ผู้นำของเข้ามิได้เสียอากร และนำของออกไปจากเขตศุลกากรภายในระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข. ของนำเข้าอื่นซึ่งเมื่ออยู่ในอารักขาของศุลกากรถึงสองเดือนโดยไม่มีใบขนสินค้า
ค. ของนำเข้าอื่นซึ่งวางประกันค่าอากรที่พึงเรียกเก็บแก่ของนั้นให้อธิบดีมีคำบอกกล่าวไปยังตัวแทนของเรือที่นำของเข้ามาโดยพลัน และเมื่อตัวแทนของเรือนั้นได้รับคำบอกกล่าวครบสิบห้าวันแล้ว
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 9. หากเรือลำใดทำการบรรทุกของใด ๆ ลง หรือขนของใด ๆ ขึ้นจากเรือในท้องทะเลหรือนอกเขตท่า โดยไม่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรเป็นลายลักษณ์อักษร เรือลำนั้นจะต้องถูกดำเนินการตามข้อใด ?
ก. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ข. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
ค. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
ง. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อที่ 10. หากผู้ใดขึ้นไปบนเรือเดินต่างประเทศขณะที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากร จะต้องระวางโทษตามข้อใด ?
ก. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
ข. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกพันบาท
ค. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ง. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

แนวข้อสอบความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อที่ 1. ข้อใดให้ความหมายของการค้าระหว่างประเทศได้ชัดเจนที่สุด
ก. การแลกเปลี่ยนสินค้า และการบริการระหว่างประเทศ
ข. การประมูลสินค้า ทรัพยากร ระหว่างประเทศ
ค. การนำสินค้าจากภายนอกประเทศ เข้ามาภายในประเทศ
ง. การนำสินค้าจากภานในประเทสประเทศ ส่งออกนอกประเทศ

ข้อที่ 2. ข้อใดคือสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ
ก. ปริมาณและชนิดของปัจจัยการผลิต
ข. ความเหมาะสมของปัจจัยการผลิต
ค. ต้นทุนการขนส่ง ค่าขนส่งวัตถุดิบ และค่าขนส่งสินค้าสำเร็จรูป
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 3. กรมศุลกากร (The Customs Department) ก่อตั้งเมื่อวันที่เท่าไหร่
ก. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 ในสมัยรัชกาลที่ 5
ข. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 ในสมัยรัชกาลที่ 6
ค. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 ในสมัยรัชกาลที่ 5
ง. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 ในสมัยรัชกาลที่ 6

ข้อที่ 4. ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของกรมศุลกากร (The Customs Department)
ก. อำนวยความสะดวกทางการค้าและส่งเสริมการส่งออก
ข. ป้องกันและปราบปราม(การควบคุมทางศุลกากร)
ค. จัดทำสถิติสินค้าผ่านศุลกากร
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 5. ในปี 2556 ประเทศไทยนำเข้าอะไรจากต่างประเทศมากที่สุด
ก. ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์
ข. เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ
ค. น้ำมันดิบ
ง. เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

ข้อที่ 6. ข้อใดให้ความหมายของ GDP ( Gross Domestic Product ) ไว้ชัดเจนที่สุด
ก. มูลค่าเบื้องต้นของผลผลิตที่เกิดจากการใช้ปัจจัยการผลิตของชาติในรอบหนึ่งปี โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะผลิตที่ใดในโลก
ข. มูลค่าเบื้องต้นของผลผลิตที่เกิดขึ้นภายในอาณาเขตของประเทศในรอบปีหนึ่ง
ค. มูลค่าเบื้องต้นของผลผลิตที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศในรอบปีหนึ่ง
ง. มูลค่าเบื้องต้นของผลผลิตที่เกิดขึ้นภายในประเทศในรอบสองปี โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะผลิตที่ใดในโลก

ข้อที่ 7. การที่ประเทศหนึ่งส่งสินค้าไปขายยังต่างประเทศ มีมูลค่าน้อยกว่าที่สั่งสินค้าเข้ามาอุปโภคบริโภค เรียกว่าอะไร
ก. ดุลการค้าเสียเปรียบ
ข. ดุลการค้าได้เปรียบ
ค. ดุลการค้าสมดุล
ง. ผิดทุกข้อ

ข้อที่ 8. ข้อใดให้ความหมายของดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ (International Balance of Payment) ไว้ชัดเจนที่สุด
ก. สถิติในรูปบัญชีแสดงรายรับ (หรือ credit = +) ที่ประเทศหนึ่งได้รับจากต่างประเทศ ที่ประเทศนั้นจ่ายแก่ต่างประเทศในรอบ 1 ปี นำมาเปรียบเทียบกัน
ข. สถิติในรูปบัญชีแสดงรายรับ (หรือ credit = -) ที่ประเทศหนึ่งได้รับจากต่างประเทศ ที่ประเทศนั้นจ่ายแก่ต่างประเทศในรอบ 1 ปี นำมาเปรียบเทียบกัน
ค. สถิติในรูปบัญชีแสดงรายรับ (หรือ credit = +) ที่ประเทศหนึ่งได้รับจากต่างประเทศ และรายจ่าย (หรือ debit = – ) ที่ประเทศนั้นจ่ายแก่ต่างประเทศในรอบ 1 ปี
ง. สถิติในรูปบัญชีแสดงรายรับและรายจ่ายของประเทศผู้ส่งออก

ข้อที่ 9. บัญชีดุลการค้า บัญชีดุลบริการ และบัญชีดุลบริจาค เรียกรวมกันว่าอะไร
ก. บัญชีเดินสะพัด
ข. บัญชุทนหรือบัญชีเงินทุน
ค. บัญชีรายรับ
ง. บัญชีรายจ่าย

ข้อที่ 10. สนธิสัญญาทางการค้ากับต่างประเทศเป็นฉบับแรกของไทยคือ
ก. สนธิสัญญาแสตนฟอร์ดกับสหรัฐฯ
ข. สนธิสัญญาเบาริงกับประเทศอังกฤษ
ค. สนธิสัญญาเบอร์นิ่งกับประเทศเยอรมัน
ง. สนธิสัญญาเยอร์นี่กับประเทศสเปน

ข้อที่ 11. จากสถิติเปรียบเทียบสินค้านำเข้าในช่วงปีงบประมาณ 2535 และ 2536 ประเทศไทยนำเข้าสินค้าจากประเทศใดมากที่สุด
ก. จีน
ข. ญี่ปุ่น
ค. สหรัฐอเมริกา
ง. ตลาดร่วมยุโรป

อ่านตัวอย่างแนวข้อสอบกรมศุลกากรต่อ >>>>
แนวข้อสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คลิก!!!!
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับกรมศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร คลิก!!!!
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติศุลกากร คลิก!!!!
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ คลิก!!!!

หมายเหตุ : แนวข้อสอบทั้งหมดนี้ เป็นทรัพย์สินของเว็บไซต์ jobparttimes.com ไม่อนุญาตให้นำออก คัดลอก แก้ไข ดัดแปลงทั้งหมด หรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์ มิฉะนั้น จะมีความผิดตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

Tags: , , ,