ตรงประเด็น!!!!! แนวข้อสอบกรมสรรพากร เจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน รวมแนวข้อสอบเก่าปี 2556 ทุกวิชา!!!!




( อย่าลืมกด like ด้วยนะคะ )

ตรงประเด็น!!!!! แนวข้อสอบกรมสรรพากร เจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน รวมแนวข้อสอบเก่าปี 2556 ทุกวิชา!!!!

แนวข้อสอบกรมสรรพากร เจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน

แนวข้อสอบกรมสรรพากร เจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมความพร้อมในการสอบกับกรมสรรพากร ในตำแหน่งเจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน และตำแหน่งอื่นๆ วันนี้ทางทีมงานกลับมาอัพเดทเพิ่มเติมสำหรับแนวข้อสอบกรมสรรพากร ตำแหน่งเจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน เตรียมสอบในปี 2557 โดยแนวข้อสอบมีเนื้อหาของความรู้เกี่ยวกับภาษีอากรและกรมสรรพากร ความรู้เกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 และ ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551….

แนวข้อสอบกรมสรรพากร ตำแหน่งเจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน เตรียมสอบในปี 2557

ความรู้เกี่ยวกับภาษีอากรและกรมสรรพากร
ข้อที่ 1. ในปี พ.ศ. 2463 (ร.ศ.112) อากรค่าน้ำถูกจัดเก็บครั้งแรกในเมืองใด ?
ก. เมืองนนทบุรี
ข. เมืองปราจีนบุรี
ค. เมืองเชียงใหม่
ง. เมืองอยุธยา

ข้อที่ 2. ตามหลักฐานที่อ้างอิงได้เกี่ยวกับประวัติการจัดเก็บภาษีอากรของชาติไทย ได้เริ่มมีการจัดเก็บภาษีอากรตั้งแต่ในสมัยใด ?
ก. สมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ อาณาจักรสุโขทัย
ข. สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อาณาจักรสุโขทัย
ค. สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อาณาจักรอยุธยา
ง. สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อาณาจักรธนบุรี

ข้อที่ 3. ข้อใดไม่ใช่กลยุทธ์ของยุทธศาสตร์การสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืน ?
ก. บริหารจัดเก็บภาษีอากรให้ได้ตามประมาณการ
ข. พัฒนาคุณภาพระบบการบริหารงานขององค์กรสู่มาตรฐานสากล
ค. ป้องกันและปราบปราม ผู้ทำลายระบบภาษีและการหลีกเลี่ยงภาษี
ง. ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และการเสริมสร้างสังคม

ข้อที่ 4. บุคคลใดดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร ในปี 2557 ?
ก. นาย ประสงค์ พูนธเนศ
ข. นาย สมพงษ์ สงวนชาติ
ค. นาย มานิต นิธิประทีป
ง. นาย ชนาทิพย์ วีระสืบพงศ์

ข้อที่ 5. วันก่อตั้งกรมสรรพากร (The Revenue Department) ตรงกับวันที่เท่าไหร่ ?
ก. วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2433
ข. วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2433
ค. วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2443
ง. วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2443

ข้อที่ 6. ภาษีที่จัดเก็บจากผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการประกอบกิจการหรือจากการประกอบกิจการของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล คือ ?
ก. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ค. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ง. อากรแสตมป์

ข้อที่ 7. ข้อใดคือผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ?
ก. บุคคลธรรมดา
ข. ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
ค. วิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคค
ง. ถูกทุกข้อ

ความรู้เกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559
ข้อที่ 8. ข้อใดจัดเป็น “วิสัยทัศน์” ของแผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 ?
ก. สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง
ข. สร้างสังคมเป็นธรรมและเป็นสังคมที่มีคุณภาพ ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต
ค. พัฒนาคุณภาพคนไทยให้มีคุณธรรม เรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะและการดารงชีวิต อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย
ง. พัฒนาฐานการผลิตและบริการให้เข้มแข็งและมีคุณภาพบนฐานความรู้ ความคิด สร้างสรรค์ และภูมิปัญญา

ข้อที่ 9. ตามแผนนี้ “การพัฒนาคนไทยทุกกลุ่มวัยอย่างเป็นองค์รวมทั้งทางกาย ใจ สติปัญญา อารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม และสถาบันทางสังคมมีบทบาทหลักในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ” จัดเป็น ?
ก. เป้าหมาย
ข. เป้าหมายหลัก
ค. วัตถุประสงค์
ง. ขอบเขตแผน

ข้อที่ 10. ตามแผนนี้ “ดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขดัชนีความสงบสุขสัดส่วนรายได้ระหว่างกลุ่มประชากร ที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 10.0” จัดเป็น ?
ก. เป้าหมาย
ข. เป้าประสงค์
ค. วัตถุประสงค์
ง. ตัวชี้วัด

ข้อที่ 11. ข้อใดจัดเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 ?
ก. ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมในสังคม
ข. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน
ค. ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งภาคเกษตร ความมั่นคงของอาหารและพลังงาน
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 12. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งภาคเกษตร ความมั่นคงของอาหารและพลังงาน ?
ก. เพื่อให้ภาคเกษตรเป็นฐานการผลิตที่มีความมั่นคงและมีการเติบโตอย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถผลิตสินค้าเกษตร
ข. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพและรายได้เกษตรกรให้มี ความเข้มแข็งและยั่งยืน
ค. เพื่อส่งเสริมชุมชนและเกษตรกรให้มีส่วนร่วมและสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและ พลังงาน รวมถึงสามารถพึ่งพาตนเองได้
ง. เพื่อเพิ่มสัดส่วนมูลค่าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไม่ต่ากว่าร้อยละ 16.0 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

ข้อที่ 13. การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน จัดเป็นแนวทางการดำเนินงานของแนวทางการพัฒนา ตามข้อใด ?
ก. การเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการผลิตภาคเกษตร
ข. การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นฐานการผลิตภาคเกษตรให้เข้มแข็งและยั่งยืน
ค. การสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิต
ง. การสร้างความมั่นคงในอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร

ข้อที่ 14. ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสกู่ารเติบโต อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด ?
ก. เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
ข. เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสร้างระบบการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม
ค. เพื่อให้ประเทศไทยมคีวามเชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านการผลิตสินค้าและบริการบนฐาน ปัญญา นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในภูมิภาคอาเซียน
ง. ถูกทุกข้อ

ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ข้อที่ 15. “คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน” มีชื่อเรียกโดยย่อว่า
ก. เรียกโดยย่อว่า “ก.ร.”
ข. เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.”
ค. เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.ร.”
ง. เรียกโดยย่อว่า “ค.ก.พ.”

ข้อที่ 16. ตามมาตราที่ 12 ก.พ. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า…………….
ก. ก.พ.ร.
ข. ก.พ.ร. วิสามัญ
ค. อ.ก.พ.
ง. อ.ก.พ. วิสามัญ

ข้อที่ 17. ตามพระราชบัญญัตินี้ ข้าราชการพลเรือนมีอยู่กี่ประเภท
ก. ข้าราชการพลเรือนมี 2 ประเภท
ข. ข้าราชการพลเรือนมี 3 ประเภท
ค. ข้าราชการพลเรือนมี 4 ประเภท
ง. ข้าราชการพลเรือนมี 5 ประเภท

ข้อที่ 18. ในการจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนสามัญตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คำนึงถึงระบบคุณธรรมตามข้อใด
ก. การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง
ข. การดำเนินการทางวินัย ต้องเป็นไปตามการวินิจฉัยของผู้บังคับบัญชา
ค. การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนตำแหน่ง และการให้ประโยชน์อื่นแก่ข้าราชการต้องเป็นไป ตามการวินิจฉัยของผู้บังคับบัญชา
ง. การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ

ข้อที่ 19. โทษทางวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามมาตราที่ 88 มีกี่สถาน
ก. การดำเนินการทางวินัย โทษทางวินัยมี 3 สถาน
ข. การดำเนินการทางวินัย โทษทางวินัยมี 4 สถาน
ค. การดำเนินการทางวินัย โทษทางวินัยมี 5 สถาน
ง. การดำเนินการทางวินัย โทษทางวินัยมี 6 สถาน

ข้อที่ 20. ผู้ใดถูกสั่งลงโทษตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. ภายในกี่วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ก. ภายใน 20 วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ข. ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ค. ภายใน 40 วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ง. ภายใน 50 วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง

อ่านตัวอย่างแนวข้อสอบกรมสรรพากรในตำแหน่งอื่นๆ >>>>
แนวข้อสอบกรมสรรพากร เตรียมสอบในปี 2557 ชุดที่ 1 Click!!!!
แนวข้อสอบกรมสรรพากร เตรียมสอบในปี 2557 ชุดที่ 2 Click!!!!
แนวข้อสอบกรมสรรพากร เตรียมสอบในปี 2557 ชุดที่ 3 Click!!!!
แนวข้อสอบกรมสรรพากร เตรียมสอบในปี 2557 ชุดที่ 4 Click!!!!

หมายเหตุ : แนวข้อสอบทั้งหมดนี้ เป็นทรัพย์สินของเว็บไซต์ jobparttimes.com ไม่อนุญาตให้นำออก คัดลอก แก้ไข ดัดแปลงทั้งหมด หรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์ มิฉะนั้น จะมีความผิดตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

Tags: , , , , ,